เพิ่มหัวข้อใหม่
สั่งพิมพ์

สนใจสารคดี สงครามกัมพูชายุคเขมรแดง แนะนำดู ศัตรูประชาชน

แชร์ในเฟชบุ๊ค แบ่งปัน

สนใจสารคดี สงครามกัมพูชายุคเขมรแดง แนะนำดู ศัตรูประชาชน

2011-05-19
สารคดี
ร็อบ เลมกิ้น, เต็ต สัมบัท
เต็ต สัมบัท
rating thaimovie




ในปี 1974 พ่อของเต็ต สัมบัทกลายเป็นหนึ่งในผู้คนราว 2 ล้านคนที่ถูกเขมรแดงสังหาร เพียงเพราะไม่ยอมส่งมอบควายให้ส่วนกลาง ในขณะที่แม่ของเขาถูกบังคับให้แต่งงานกับนายทหารของกองทัพเขมรแดง และตายจากการคลอดลูกในปี 1976 ส่วนพี่ชายของเขาหายสาบสูญไปในปี 1977 สำหรับตัวของเขาได้หนีออกจากกัมพูชา ภายหลังการล่มสลายของระบอบเขมรแดงในปี 1979 ซึ่งในขณะนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 10 ขวบ

เวลาผ่านไปถึงปี 1998 เต็ตกลายเป็นผู้สื่อข่าว เขาได้มีโอกาสรู้จักกับลูกของนายทหารอาวุโสของกองทัพเขมรแดง จนเมื่อสนิทสนมและได้รับความไว้วางใจ เขาจึงได้รับโอกาสในการเดินทางไปพบกับนายนวนเจีย ?พี่ชายหมายเลข 2? ผู้นำของเขมรแดงที่อาวุโสที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่

??????????????

Enemies of the People ศัตรูประชาชน

สงครามภายในกัมพูชายุคเขมรแดงนับว่าเป็นช่วงเวลาอันเลวร้ายที่สุดของชาว กัมพูชา โดยเฉพาะตำนานโหดที่ทุ่งสังหาร นับว่าเป็นความเลวร้ายที่มนุษย์กระทำต่อมนุษย์และยังคงไม่ได้รับการอธิบายมา จนถึงทุกวันนี้ ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ?ศัตรูประชาชน? (?Enemies of the People?) ถ่ายทอดเรื่องราวในมุมที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนจากปากคำของ หนึ่งในผู้นำเขมรแดง ?นวนเจีย? หรือ พี่ชายหมายเลขสอง ผู้ปิดปากเงียบกับเหตุการณ์นี้มาเป็นเวลากว่า 30 ปี

หนึ่งในผู้ร่วมถ่ายทอดภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้คือ ?เต็ต สัมบัท? นักข่าวกัมพูชาผู้สูญเสียครอบครัวจากเหตุการณ์ทุ่งสังหาร กว่าสิบปีที่เขาเดินทางค้นหาสาเหตุที่สมาชิกในครอบครัวที่เพื่อนร่วมชาติ ต้องเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากใช้เวลานานหลายปีเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในหมู่ศัตรูผู้ที่ได้ เชื่อว่าสังหารคนในครอบครัว ในที่สุดเขาก็โน้มน้าวให้ นวนเจีย พี่ชายหมายเลขสองยอมรับและเล่าเรื่องรายละเอียดที่เขากับพลพต (สองผู้มีอำนาจสูงสุดในเขมรแดง) ลงมือฆ่าล้างเหล่าสมาชิกพรรคฝ่ายตรงข้ามที่พวกเขามองว่าเป็น ?ศัตรูประชาชน? ทำให้เขารับรู้และเข้าใจถึงความเป็นจริงเบื้องหลังโศกนาฎกรรมของประเทศเป็น ครั้งแรก

ช่วงเวลาหลายปีต่อมา เต็ต สัมบัท ได้ผูกมิตรกับนักฆ่าในหลายจังหวัดที่นำนโยบายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปใช้ และเป็นครั้งแรกที่ทำให้ได้เห็นว่า ?คำสั่งการ? ในระดับนโยบายที่จับต้องยากของผู้นำทางการเมืองได้ถูกถ่ายทอดลงมากลายเป็น การฆาตกรรมที่ป่าเถื่อนกลางทุ่งหญ้าและป่าดิบทั่วกัมพูชา ผลงานของสัมบัทกำลังจะถูกจารึกไว้เป็นอีกบทหนึ่งที่สำคัญทั้งในประวัติ ศาสตร์กัมพูชารวมไปถึงของโลก เมื่อสารคดีเรื่องนี้จะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการไต่สวนคดีของนวนเจียที่จะ เริ่มขึ้นในกลางปี 2554 นี้

หากแต่สิ่งที่ เต็ต สัมบัท เห็นว่าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด นอกจากความจริงในเหตุการณ์ที่โลกได้รับรู้จากคำสารภาพของผู้กระทำ สัมบัทยังได้เรียนรู้และก้าวข้ามความรู้สึกในฐานะผู้สูญเสียโดยเห็นว่าผู้ ที่มาเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นต่างเสียสละและใช้ความกล้าอย่างมากในการมา เล่าความจริง ซึ่งอาจจะเป็นความดีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาจะทำได้ในเวลานี้ และแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเคยเป็นผู้ร่วมประวัติศาสตร์อันโหดร้ายไว้อย่าง ไร แต่ในที่สุดทุกคนก็ควรเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองสร้างชาติ หากต้องการให้กัมพูชาเดินหน้าต่อไป

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เวลาสร้างกว่าสิบปี เป็นผลงานร่วมสร้างของผู้กำกับชาวอังกฤษ ร็อบ เลมกิ้น (Rob Lemkin) และนักข่าวชาวกัมพูชา เต็ต สัมบัท (Thet Sambath) นำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์สารคดี และถูกนำไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทั่วโลกตลอดปี 2553 ได้รับรางวัลมากมาย อาทิ Special Jury Prize for World Cinema Documentary จากเทศกาล Sundance Film Festival ประเทศสหรัฐอเมริกาและรางวัล Best Documentary จาก 2010 British Independent

ภาพยนตร์สารคดีโดย ร๊อบ เลมกิ้น และเต็ต สัมบัท (อังกฤษ-กัมพูชา)
เข้าฉายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2554
จัดจำหน่ายโดย เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิ้น
www.extravirginco.com/enemiesofthepeople

???????????????

 

Enemies of the People ศัตรูประชาชน

สารจากผู้กำกับ

เต็ต สัมบัท (Thet Sambath)

พ่อของผมเป็นชนชั้นกรรมาชีพคนหนึ่ง เขาถูกเขมรแดงฆ่าในปีค.ศ. 1974 เพราะปฎิเสธไม่ยอมยกควายให้ แม่ของผมถูกบังคับให้แต่งงานกับนายทหารเขมรแดง และเสียชีวิตหลังคลอดลูกในปี 1976 ขณะที่พี่ชายของผมหายสาบสูญไปเมื่อปี 1977 โดยผมมาทราบตอนหลังว่าเป็นช่วงการกวาดล้างใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์ในหมู่บ้าน ของเรา

เมื่อตอนที่เขมรแดงล่มสลายในปี 1979 ผมซึ่งตอนนั้นอายุ 10 ขวบ ได้หลบหนีไปอยู่ในค่ายผู้อพยพติดกับชายแดนไทย ผมเรียนภาษาอังกฤษจากมิชชั่นนารี่ชาวอเมริกันแล้วก็ค่อยๆ เริ่มทำงานเป็นผู้ประสานงานให้กับองค์กรสื่อต่างๆ ในพนมเปญในช่วงปี 1990

ตลอดช่วงเวลานั้นผมไม่เคยเข้าใจจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในยุคเขมรแดง ผมอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ ซึ่งแทบทั้งหมดเขียนโดยชาวต่างชาติ แต่มันก็ยังดูไม่เป็นเหตุผลสำหรับผม ว่าทำไมถึงมีคนถูกฆ่ามากมายถึงขนาดนี้ มันคงไม่ใช่แค่ว่าเขมรแดงเป็นคนไม่ดี

ในปี 1998 เนื่องจากผมทำงานเป็นนักข่าว ผมจึงได้มีโอกาสรู้จักกับหลายๆ คนที่เป็นลูกของอดีตนายทหารเขมรแดงระดับสูง แม้ภรรยาของผมจะไม่พอใจค่อนข้างมาก แต่ในช่วง 4 ปีหลังจากนั้น ผมก็ได้ใช้เวลาทุกสุดสัปดาห์ไปกับการไปเยี่ยมบ้านของนวนเจีย หรือ พี่ชายหมายเลขสอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำเขมรแดงอาวุโสที่สุดที่ยังชีวิตอยู่

แต่เขาเองไม่เคยพูดอะไรมากไปกว่าเรื่องเดิมๆ ที่เขาบอกกับนักข่าวต่างชาติมาตลอด เช่น ?ฉันเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับล่าง? ?ฉันไม่รู้อะไรเลย? ?ฉันไม่ได้ฆ่าใคร?

จนวันหนึ่งเขาบอกผมว่า ?สัมบัท ฉันเชื่อใจเธอ เธอเป็นคนที่ฉันอยากจะเล่าเรื่องของฉันให้ฟัง ถามฉันมาว่าเธออยากรู้อะไรบ้าง? และในระหว่าง 5 ปีต่อจากนั้นมาเขาก็เล่าความจริงให้ผมฟังตามสิ่งที่เขาประสบมา รวมถึงรายละเอียดเรื่องการสั่งฆ่าด้วย

ตลอดช่วงเวลานั้นผมเองก็ได้ใช้ความพยายามอย่างสาหัสในการสร้างเครือข่าย กับเหล่านักฆ่าเขมรแดงเพื่อจะหาคนที่ยอมคุยกับผมเรื่องนี้ ในกัมพูชามีคนเหล่านี้อยู่หลายพันคนแต่ไม่เคยมีใครยอมรับสารภาพ การหาตัวคนเหล่านี้มาได้นั้นเหมือนต้องงมเข็มในมหาสมุทร

กลุ่มคนสุดท้ายที่ผมเจอคือคนที่เป็นผู้วางแผน เป็นพวกที่พยายามจะล้มพลพตกับนวนเจีย ถ้าขาดคนเหล่านี้ไปเราจะไม่สามารถเข้าใจความเป็นไปของทุ่งสังหารได้ แต่อย่างไรก็ตาม คนที่เหลือรอดมาได้เหล่านั้นต่างไม่มีใครที่ยอมพูดเรื่องนี้เลย

แหล่งข่าวของผมล้วนแต่เป็นคนชนบท เพราะสมาชิกเขมรแดงประกอบด้วยคนชนบททั้งหมด พวกเขาจะไม่ยอมพูดกับคนเมืองเลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่คนต่างชาติเลย ตัวผมเองก็เป็นคนชนบท ผมคิดว่านั่นเป็นสาเหตุที่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาเหล่านั้นยอมพูดกับผม เพราะผมเองก็เหมือนกับเขา

ในปี 2005 ผมเริ่มวางแผนจะเขียนเรื่องนี้เป็นหนังสือ แต่ผมก็กังวลว่าจะไม่มีใครเชื่อสิ่งที่ผมเล่า ผมเลยเริ่มอัดเสียงบทสัมภาษณ์ทั้งหมดที่ผมทำ แต่ผมก็ยังกังวลอยู่ว่าคนอาจจะยังไม่เชื่ออีก ดังนั้น ในปี 2006 ผมเริ่มถ่ายบทสัมภาษณ์และการพูดคุยของผมเป็นวิดีโอเทปไว้ด้วย

ในปีเดียวกันนั้น ผมได้พบกับร๊อบ และเราตัดสินใจทำเรื่องนี้ออกมาเป็นภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับผลงานที่ผมทำและเรื่องความลับของเขมรแดง

หลายคนอาจบอกว่าการไปพูดคุยกับฆาตกรและยึดติดกับความเลวร้ายในอดีตไม่ได้ ส่งผลดีอะไรขึ้นมา แต่ผมมองว่าบุคคลเหล่านั้นเขาเสียสละอย่างมากในการมาเล่าความจริง พวกเขาทำดีที่กล้าสารภาพ อาจจะเป็นความดีอย่างเดียวที่เหลือที่ยังทำได้อยู่ด้วยซ้ำ พวกเขาเหล่านี้ และรวมไปถึงเหล่านักฆ่าคนอื่นๆ จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปรองดองหากต้องการให้ประเทศของเราเดิน หน้าต่อไป

 

Enemies of the People ศัตรูประชาชน

ร็อบ เลมกิ้น (Rob Lemkin)

เมื่อสิบปีที่แล้วผมเคยทำสารคดีให้ BBC เกี่ยวกับนักปฎิวัติลึกลับมาเลเซียชื่อ จินเป็ง เขาได้มาร่วมงานตอนที่หนังฉายเปิดตัวที่ลอนดอน และตอนที่กำลังนั่งแท๊กซี่กลับสนามบิน เขาเล่าให้ผมฟังว่าเมื่อปี 1975 ประธานเหมา เจ๋อตุงได้ส่งเขาไปอยู่กับพลพต เขาบอกผมว่าในความเป็นจริงนั้น พลพตต่างจากที่คนส่วนใหญ่คิดไว้มาก พลพตเคยยอมรับกับเขาว่า หลังจากได้รับอำนาจมาแล้วก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจความเป็นไปของเหตุการณ์รอบตัว เหมือนกระต่ายที่โดนแสงไฟรถส่องเข้าตาจนตกใจลนลานนึกอะไรไม่ออก ซึ่งชินเป็งคิดว่านี่เป็นสาเหตุให้เกิดโศกนาฎกรรมทุ่งสังหารขึ้น

ภาพของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดจากความสับสนวุ่นวายและไร้ประสบการณ์ ของผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้ฝังอยู่ในใจของผม จนในปี 2006 ผมเดินทางไปพนมเปญและได้พบกับสัมบัท ผมพบว่าเราสองคนมีความคิดเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์ในมุมมองใหม่ๆ ตามแบบของนักข่าวสืบสวนสอบสวนเหมือนกัน และผมก็พบด้วยว่าเขาเองก็กำลังเดินไปในเส้นทางเดียวกันเพื่อเข้าถึงหัวใจของ ทุ่งสังหาร แต่ตัวเขาถลำเข้าไปลึกกว่ามาก และมันเป็นเรื่องความเป็นความตายของตัวเขาเองด้วย

ตัวผมเองแม้แทบไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับประเทศกัมพูชาเลย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะครอบครัวทางฝั่งพ่อของผมหลายคนก็ถูกกองทัพนาซีฆ่า รวมถึงญาติห่างๆ ของผมคนหนึ่ง คือ Raphael Lemkin ก็เป็นผู้บัญญัติคำว่า ?genocide? ในภาษาอังกฤษด้วย

ผมมองสัมบัทในฐานะคนที่กำลังพยายามหาเหตุผลให้กับฝันร้ายในวัยเด็กของเขา เมื่อใดที่เขาเข้าใจความหมายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขากำลังตามหามันอยู่ มันจะทำให้เขาบรรลุถึงความสงบภายใน ในการที่จะสามารถเอาความสูญเสียในชีวิตส่วนตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ ประวัติศาสตร์โดยรวม

นอกจากนี้ผมยังมองเขาในฐานะตัวแทนของคนรุ่นที่สอง ที่กำลังพยายามค้นหาความจริงจากคนรุ่นแรก เพื่อที่จะได้นำความหมายของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ไปถ่ายทอดให้กับคนรุ่นที่ สามต่อไป ซึ่งในทางนี้ก็จะเหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน อาฟริกาใต้ ไอร์แลนด์เหนือ ยูโกสลาเวีย ระวันด้า อิรัก หรือซูดาน

???????????????

 

Enemies of the People ศัตรูประชาชน

ประวัติบุคคลในเรื่อง

นวนเจีย หรือ ?พี่ชายหมายเลขสอง? เกิดในปี 1925 ที่พระตะบอง และศึกษาวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในกรุงเทพฯ เข้าร่วมกองกำลังต่อต้านเขมรในปี 1949 และเป็นผู้นำขบวนการใต้ดินในพนมเปญในช่วงปี 1950 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา ในปี 1960 และเป็นผู้ตัดสินใจแต่งตั้งพลพตเป็นเลขาธิการพรรคในปี 1962 รวมถึงเป็นประธานคณะกรรมการสมัชชาแห่งชาติกัมพูชาระหว่างปี 1976-1979

เขาออกจากเขมรแดงเมื่อระบอบล่มสลายในปี 1998 และถูกจับกุมในเดือนกันยายน 2007 โดยศาลพิเศษของสหประชาชาติกรณีเขมรแดง เขาถูกตั้งข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในเดือน ธันวาคม 2003 ปัจจุบันเขาถูกจำคุกในพนมเปญ โดยมีกำหนดเริ่มไต่สวนในปี 2011

คูน เข้าร่วมคณะทหารเขมรแดงในปี 1970 และหลังจากชัยชนะของเขมรแดงในปี 1975 เขาได้เข้าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทหารของฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ และถูกแต่งตั้งให้มาควบคุมดูแลสหกรณ์ช่วงระหว่างปี 1976 ? 1978 เขาเป็นผู้คุมการสังหารหมู่ทหารจากระบอบเดิม รวมถึงชนกลุ่มน้อยที่ต้องสงสัย และผู้ที่ถูกเนรเทศจากฝั่งตะวันออก เขาได้ยอมรับว่าเป็นผู้คุมการสังหารกว่า 3500 คนในยุคเขมรแดง

สูน เข้าร่วมคณะทหารเขมรแดงในปี 1970 ต่อมาปี 1975 ได้ขึ้นเป็นผู้นำกองทหารของสหกรณ์ในฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ในระหว่างปี 1976 ถึง 1978 เขาได้ยอมรับว่าเป็นผู้สังหารชาวเขมรกว่า 200 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น ?ศัตรูประชาชน? และเขาทำงานอยู่ในคณะสังหารที่ดำเนินการโดยคูน ตั้งแต่ปี 1979 เขาใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกัมพูชา

พี่ ?เอม? เข้าร่วมฝ่ายการเมืองของเขมรแดงในปี 1973 และทำงานเป็นหัวหน้าเขตในฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือระหว่างปี 1975 ? 1979 ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สั่งการฆ่าบุคคลจำนวนหลายพันที่ถูกต้องสงสัยว่าเป็น ศัตรูของพรรค ปัจจุบันเขาใช้ชีวิตในชื่อใหม่ในกัมพูชา ในฐานะนักการเมืองอาวุโสในการปกครองท้องถิ่น

????????????

Enemies of the People ศัตรูประชาชน

*** ฉายเฉพาะโรงภาพยนตร์ SF World เซ็นทรัลเวิลด์ 19 พ.ค. 54 เป็นต้นไป

เทศกาลและรางวัล

ภาพยนตร์เรื่อง ศัตรูประชาชน (Enemies of the People) ฉายเปิดตัวที่เทศกาลสารคดี IDFA ประเทศเนเธอร์แลนด์ และต่อมาฉายเข้าประกวดที่ Sundance Film Festival ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับรางวัล Special Jury Prize for World Cinema Documentary

ในรอบปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์ได้เข้าร่วมฉายในหลากหลายเทศกาลทั่วโลก รวมถึงได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัล Best Documentary ที่งาน 2010 British Independent Film Awards, รางวัลOutstanding Documentary ที่งาน 2010 Hong Kong International Film Festival และรางวัล Grand Jury Award ที่งาน 2010 Full Frame Documentary Festival

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉายที่ประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา และการเข้าฉายในประเทศไทยนี้ ถือเป็นการฉายครั้งแรกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นอกประเทศกัมพูชา

ปัจจุบัน ทางทีมงานกำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมการและถ่ายทำภาพยนตร์ภาคต่อ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถชมได้ที่เว็บไซท์ www.enemiesofthepeoplemovie.com


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

http://movie.mthai.com/movie-profile/movie-fixture/93737.html

TOP

อยากดูโคตรๆ

TOP

เพิ่มหัวข้อใหม่